กีฬา กีฬาจิปาถะ กีฬาในประเทศ

กีฬาจิปาถะ : ใครจะเป็นรายต่อไป??

ไม่น่าเชื่อว่า ไทยลีก ผ่านไปเพียงแค่ 7 นัด จะมีการปลดกุนซือออกจากตำแหน่งไปแล้วถึง 5 คน ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่หมดแค่นี้อย่างแน่นอน เพราะยังมีกุนซืออีกหลายคนที่เข้าข่ายจะกลายเป็น “บุคคลว่างงาน” ซึ่งจะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันจาก กีฬาจิปาถะ ได้เลยครับผม

กีฬาจิปาถะ

ใครจะเป็นรายต่อไป???

ณ เวลานี้ถ้าจะบอกว่า ไทยลีก คือ ลีกกินโค้ช ก็คงจะไม่ผิดนัก

เพราะผ่านไปเพียงแค่ 7 เกม ลีกสูงสุดของไทยมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือไปแล้วถึง 5 คน ไล่ตั้งแต่ ดราโก้ มามิช นายใหญ่ชัยนาท ฮอร์นบิล,  คริสเตียน ซีเก้ กุนซือดีกรีแชมป์ยุโรปของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ธชตวัน ศรีปาน ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, เรเน่ เดอซาเยียร์ จอมเก๋าของราชบุรี มิตรผล เอฟซี และล่าสุด “โค่โค่” โจเซฟ เฟร์เรร์ กุนซือบางกอกกล๊าส

เฉลี่ยแล้วมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือนัดละเกือบ 1 คนเลยทีเดียว!!

และเชื่อเหลือเกินว่า การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นี้ เพราะยังมีกุนซืออีกหลายคนที่ “เข้าข่าย” และกำลังจะกลายเป็น “คนว่างงาน”

“โค้ชเตี้ย” คือเต็ง 1 ที่จะโดนปลดในเวลานี้

คนแรกที่เป็น “เต็งจ๋า” ที่จะต้องหางานใหม่ก็คือ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ นายใหญ่ “อินทรีทัพฟ้า” แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง ที่ยังเก็บชัยชนะไม่ได้เลยตลอด 7 นัดที่ผ่านมา

ก่อนเปิดฤดูกาลบอร์ดบริหาร “อินทรีทัพฟ้า” ให้งบประมาณในการเสริมทัพกับ “โค้ชเตี้ย” พอสมควร โดยอดีตกุนซือท่าเรือก็ไปดึงนักเตะระดับเกรดเอมาร่วมทีมหลายต่อหลายคน

ไล่ตั้งแต่ไปคว้า เรนาน มาร์เกวซ, เลอันโดร อัสซัมเซา และ เจย์ซี่ จอห์น มาเป็น 3 ประสานในแนวรุก ตามด้วยไปดึงบรรดานักเตะจอมเก๋ามาช่วยประคองทีมทั้ง จิรวัฒน์ มัครมย์, พิชิต ใจบุญ, นพพล พลอุดม และ เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ผลงานของ “อินทรีทัฟฟ้า” ดีขึ้น และยืนระยะในลีกสูงสุดได้แต่อย่างใด

“อินทรีทัฟฟ้า” ยังไม่ชนะใครเลยในซีซั่นนี้

โดยถึงตอนนี้ แอร์ฟอร์ซ เก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนน จากการเปิดบ้านเสมอกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-2 ส่วนอีก 6 เกมที่เหลือแพ้รวด

ดูแล้วถ้าหากในเกมที่จะพบกับ ประจวบ เอฟซี ในสุดสัปดาห์นี้ “โค้ชเตี้ย” ยังไม่สามารถนำทีมควานหาชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ ไทยลีก 2018 คงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซืออีกครั้งก็เป็นได้

คนต่อมา สกอตต์ คูเปอร์ นายใหญ่ชาวอังกฤษของ “มังกรไฟ” โปลิศ เทโร เอฟซี ยักษ์หลับแห่งศึกไทยลีก ที่ปัจจุบันรั้งอันดับรองสุดท้ายของตาราง โดยมีเพียง 4 คะแนนจาก 7 นัดเท่านั้น

ประสบการณ์จากการเคยคุม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ อุบล ยูเอที ทำให้หลายคนเชื่อว่า คูเปอร์ จะเข้ามาช่วยให้ “มังกรไฟ” กลับมายิ่งใหญ่ และยึดหัวตารางของไทยลีกฤดูกาลได้อีกครั้ง

อีกทั้งเมื่อไปดูบรรดานักเตะที่ คูเปอร์ ช็อปปิ้งเข้ามาเพื่อหวังจะช่วยทีมทั้ง อ่อง ธู กองหน้าเบอร์ 1 ทีมชาติเมียนมา, มาร์กอส วินิซิอุส, ดักลาส ตานเก, มาร์เซล เอสซอมเบ้, นพพล พลคำ, ภิญโญ อินพินิจ และ มงคล ทศไกร ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า มังกรไฟ ตัวนี้จะกลับมาบินสูงอย่างแน่นอน

แต่แล้วทุกคนก็ต้องคิดผิดเมื่อ คูเปอร์ ไม่สามารถดึงศักยภาพของบรรดานักเตะออกมาได้ จนเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ เทโร ต้องตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ โดยพวกเขาเพิ่งจะเก็บชัยชนะไปได้เพียงแค่นัดเดียวเหนือ ชัยนาท  4-2 ส่วนที่เหลือแพ้ 5 เกม และเสมอ 1 เกม

นักเตะเทโรฯ ยังหาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่เจอ

และที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อเหลียวไปมองโปรแกรม 5 นัดถัดไปของ โปลิศ เทโร ก็ยิ่งเป็นกังวลแทน คูเปอร์ เนื่องจากต้องเจอกับทีมบรรดาทีมที่แข็งแกร่ง และทำผลงานได้ดีในปีนี้แทบทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่เปิดบ้านเจอ การท่าเรือ เอฟซี ต่อด้วยบุกไปเยือน บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดบ้านพบ อุบล ยูเอ็มที กับ สุโขทัย เอฟซี และออกไปเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ซึ่งดูแล้ว คูเปอร์ ไม่สามารถนำ “มังกรไฟ” ฝ่าฝันคู่แข่งเหล่านี้ไปได้ ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะโดนปลดจากตำแหน่ง แต่ในทางกลับกันถ้าหากเขานำ “มังกรไฟ” ทำผลงานได้ดีใน 5 นัดนี้ โปลิศ เทโร เอฟซี อาจจะกลับมาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกมากโขอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งคนที่เข้าข่าย ก็คือ อเล็กซานโดร กามา กุนซือ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ทีมเงินถุงเงินถังของไทยลีก ที่รั้งอันดับ 12 อยู่ในเวลานี้

ก่อนเปิดฤดูกาล เชียงราย สร้างความฮือฮาด้วยการใช้ทุ่มเงินมหาศาลคว้าบรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีมหลายคนทั้ง เคลตัน ซิลวา เจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดในไทยลีก, วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ กับ เนบิญ่า บายรัม สองนักเตะตัวหลักของ อุบล ยูเอ็มที, กิลแบร์โต้ มาร์เชน่า, ลี ยอง แร, ธนศักดิ์ ศรีใส และ คยอ โค โค กองหน้าชาวเมียนมา

ซึ่งเมื่อดูจากรายชื่อทั้งหมดแล้ว พวกเขาคือ ทีมลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง ยิ่งเปิดหัวด้วยการเฉือนชนะ ชลบุรี 1-0 ในเกมนัดแรกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทุกคนคาดหวังว่า “กว่างโซ้ง” ตัวนี้มีโอกาสก้าวไปถึงแชมป์ไทยลีกอย่างแน่นอน

แต่แล้วทุกคนก็ต้อง “ฝันค้าง” เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา เชียงราย กลับเล่นแบบผิดฟอร์ม โดยเฉพาะบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่นอกจาก เนบีญา บายรัม แล้ว ก็ไม่มีคนไหนที่เล่นได้โดดเด่นเลย

ซูเปอร์สตาร์เต็มทีม แต่ผลงานของ เชียงราย กับสวนทาง

เคลตัน ซิลวา ยิงได้เพียงแค่ประตูเดียว, ธนศักดิ์ ศรีใส กับ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ก็เล่นเหมือนยังไม่เข้าขากัน, กิลเบอร์โต้ มาร์เชน่า ปิดจ็อบบาดเจ็บพักยาว และ “อาเฟย” ศิวกร เตียตระกูล ก็ไม่ได้โดดเด่นเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ผลงานของ เชียงราย เป็นอย่างที่เห็น อยู่อันดับที่ 12 ของตาราง มีเพียงแค่ 8 แต้ม โดยล่าสุดโดน ชัยนาท บุกมาเฉือนชนะไปแบบช็อคแฟนบอล 1-2

ดูจากสถานการณ์ของ เชียงราย แล้ว ถ้าหาก กามา ยังไม่แก้ไข และปรับจูนให้ทีมดังจากภาคเหนือลงตัว รวมถึงฟื้นคืนชีพให้เร็วที่สุด “การแยกทาง” อาจจะเป็นคำตอบสุดท้ายของเขา และ สโมสรก็เป็นได้

ปิดท้ายกันที่ตัวเต็งคนสุดท้าย โกรัน บาร์ยัคทาเรวิช กุนซือชาวเยอรมันของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมดังจากภาคตะวันออก ที่ตอนนี้อยู่อันดับ 10 ของตาราง มี 10 คะแนน จาก 7 นัด

ถือเป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อยที่ “ฉลามชล” ตัดสินใจใช้โค้ชจากยุโรป เพราะก่อนหน้านี้ “ฉลามชล” จะนิยมใช้โค้ชในเอเชีย และโค้ชคนไทยเป็นหลัก แต่สำหรับฤดูกาลนี้บอร์ดบริหารตัดสินใจเลือกโค้ชชาวเยอรมันมาทำทีมซึ่งนับเป็นโค้ชยุโรปคนแรกในประวัติศาสตร์ของ ชลบุรี ด้วย

บาร์ยัคทาเรวิช ออกสตาร์ท 3 นัดแรกด้วยการพ่ายแพ้ 2 นัด และเสมอ 1 นัด จนทำให้บรรดาบอร์ดบริหารพร้อมใจกันประสานเสียงว่า ถ้าฟอร์มยังเป็นอย่างนี้อยู่ก็ไม่สามารถการันตีเก้าอี้ของ บาร์ยัคทาเรวิช ได้

แต่แล้วหลังจากนั้นเขาก็นำ ชลบุรี กลับมาเล่นแบบคนละทีม โดยชนะได้ถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด และเก็บ 9 คะแนนขึ้นมาอยู่กลางตารางแบบเหลือเชื่อ แต่จะว่าไปหลายคนยังมองว่า ฟอร์มของ ชลบุรี ยังไม่คงเส้นคงวา และถ้าหากแพ้หรือมีผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บขึ้นมา บาร์ยัคทาเรวิช จะรับมือได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเหมือนใน 3 เกมแรก ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เช่นกัน

และนี่ก็คือทั้งหมดของบรรดา “ตัวเต็ง” ของกุนซือไทยลีก ที่มีสิทธิ์ “ว่างงาน” หลังจากนี้ ซึ่งถ้าจะถามว่า ณ เวลานี้ใครจะเป็นรายต่อไป ก็คงจะตอบไม่ได้

แต่เชื่อเถอะครับว่า มีแน่ๆ อยู่ที่ว่าจะเป็น “ใคร” เท่านั้นเอง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพจาก FB : Air Force United FC, Chiang Rai United FC, Police Tero FC และ Chonburi Football Club